ทั้งหมดจะเกิดขึ้นอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คุณพร้อมแล้วหรือยังกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น บางท่านอาจจะไม่สันทัดกับการที่ต้องรู้จักเทคโนโลยีใหม่ๆ คงต้องมีการติดตามเรียนรู้จากโลกอินเตอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น สำหรับผู้ที่ติดตามความทันสมัย ก็คงจะใจจดใจจอ รอคอยการมาของเครื่องมืออุปกรณ์ไฮเทคเหล่านี้ อดใจอีกนิดเดียว เดี๋ยวคงได้สัมผัสแน่นอนครับ

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เมืองลอยน้ำเป็นเรื่องฝัน หรือโลกในอนาคต

เมืองลอยน้ำเป็นเรื่องฝัน หรือ โลกในอนาคต

เมืองลอยน้ำ (floating city) ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเพ้อฝันในโลกอุดมคติมาเป็นเวลานานแล้ว
แต่สัปดาห์นี้ แนวคิดนี้ จะขยับเข้าใกล้ความเป็นจริงขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง จากโครงการความร่วมมือที่สหประชาชาติให้การสนับสนุน
UN-Habitat
ซึ่งทำงานด้านการพัฒนาเมืองแบบยั่งยืนจะร่วมมือกับบริษัทเอกชน Oceanix, สถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology--MIT) และ The Explorers Club ซึ่งเป็นสมาคมวิชาชีพที่สนับสนุนการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ทั่วโลก เพื่อผลักดันแนวคิดนี้
ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกดำเนินต่อไปในอัตราที่น่าตกใจ และมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องอาศัยอยู่อย่างแออัดภายในเมืองต่าง ๆ ไมมูนาห์ โมห์ด ชารีฟ ผู้อำนวยการบริหารของ UN-Habitat บอกว่า "เมืองลอยน้ำ เป็นหนึ่งในทางออกที่เป็นไปได้"
โครงสร้างเป็นอย่างไร

Oceanix City หรือเมืองลอยน้ำพึ่งพาตัวเองแห่งแรกของโลก จะประกอบด้วยกลุ่มแท่นรูปทรงหกเหลี่ยม ที่ยึดไว้กับสมอใต้ท้องทะเล แท่นหกเหลี่ยมแต่ละแท่นสามารถรองรับคนอยู่อาศัยได้ 300 คน ทำให้สามารถที่จะสร้างชุมชนที่มีผู้พักอาศัย 10,000 คนได้
รู้จักกับ 'ซานตา ครูซ เดล อิสโลเต' เกาะที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก
เกาะอายุน้อยที่สุดในโลก: แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติของดาวอังคาร
กระชังที่อยู่ใต้เมืองลอยน้ำ สามารถใช้เลี้ยงหอยเชลล์ สาหร่ายทะเล หรืออาหารทะเลชนิดอื่นได้
มาร์ก คอลลินส์ เฉิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Oceanix กล่าวว่า เทคโนโลยีที่จะใช้สร้างโครงสร้างหรือบ้านลอยน้ำขนาดใหญ่มีอยู่แล้ว

☝"คำถามที่ใหญ่ที่สุดในใจของผู้คนคือ เมืองพวกนี้ลอยน้ำได้จริง ๆ เหรอ" นายคอลลินส์ เฉิน กล่าวกับ บีบีซี"บ้านแบบนี้มีอยู่ในเนเธอร์แลนด์หลายพันหลัง และในชุมชนอื่น ๆ อีกทั่วโลก คำถามในขณะนี้จึงเป็นเรื่องของการยกระดับห้เป็นโครงการขนาดใหญ่ การเชื่อมระบบเข้าไว้ด้วยกัน และการสร้างชุมชนขึ้น"






มีความกังวลว่า เมืองลอยน้ำอาจถูกมองว่าเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อรับมือกับอันตรายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

"สิ่งที่ผมต้องระวังก็คือ บางครั้ง ผู้คนเห็นแนวคิดในโลกอนาคตประเภทนี้ แล้วบอกว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องน่ากลัวขนาดนั้น เพราะถ้ามันเกิดขึ้น เราก็จะหาทางเลี่ยงมันได้" ไมเคิล เจอร์ราร์ด ผู้อำนวยการศูนย์ซาบินเพื่อกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวกับ มูลนิธิทอมป์สันรอยเตอร์ใปปี 2017

แต่นายคอลลินส์ เฉิน กล่าวว่า Oceanix กำลังร่วมมือกับ ผู้เชี่ยวชาญ "ที่มีความแข็งแกร่ง" ในด้านการบริหารจัดการของเสีย, วิศวกรรมน้ำ, การฟื้นฟูทางทะเล และประสิทธิภาพพลังงาน

เขากล่าวว่า เมืองลอยน้ำอาจจะเป็นการรับมือกับภัยธรรมชาติได้อย่างดีด้วย

"เมืองลอยน้ำจะตั้งอยู่เฉพาะในจุดที่มีน้ำลึกเพียงพอที่จะไม่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ" เขากล่าวเพิ่มเติมว่า แท่นต่าง ๆ สามารถทานทนกับน้ำท่วมและเฮอร์ริเคนได้ด้วย
แผนการนี้เกิดขึ้นจริงได้หรือ

"อุปสรรคหลัก ๆ ตอนนี้คือเรื่องของจิตใจ ไม่ใช่หลักการ" ริชาร์ด วีส ประธาน The Explorers Club กล่าวกับ บีบีซี

"ผู้คนตื่นตระหนกกับคำว่า 'เมืองลอยน้ำ' ผมเคยใช้คำนี้กับภรรยาของผม ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในทันทีของเธอ ไม่ใช่เรื่องของหลักการ แต่เป็นเรื่องของอารมณ์มากกว่า เธอไม่ชอบความคิดที่ว่า อะไรบางอย่างที่ลอยเคว้งคว้าง"

การทำให้ประชาชนทั่วไปและนักการเมืองเชื่อมั่น นายวีส บอกว่า จำเป็นต้องเริ่มด้วยการสร้างส่วนต่อขยายขนาดเล็กเข้ากับเมืองที่มีอยู่แล้วในตอนนี้ก่อน อาจจะเลือกจาก ฮ่องกง, นิวยอร์ก หรือ บอสตัน เพราะเป็นฐานทดสอบที่เป็นไปได้
นอกเหนือจากใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้ว นายวีส บอกว่า กำลังมีความคิดที่จะสร้างโรงพยาบาลลอยน้ำที่ถูกลากไปในพื้นที่ประสบภัยพิบัติได้




หนึ่งในปัญหาที่เห็นได้ชัดที่ Oceanix City กำลังเผชิญอยู่คือ การขาดเงินทุน
"[คน]ที่ให้เงินสนับโครงสร้างพื้นฐาน มักจะเป็นคนที่อนุรักษ์นิยมอย่างมาก" สตีฟ ลูอิส ผู้ก่อตั้ง Living PlanIT กล่าว Living PlanIT เป็นกลุ่มที่มุ่งเน้นวิธีการใหม่ ๆ ในการพัฒนาและวางแผนชุมชนเมือง

"พวกเขามักจะลงทุนในสิ่งที่พวกเขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ และพอคุณเข้าไปหา และบอกว่า คุณกำลังสร้างเมืองที่ลอยในทะเลได้ พวกเขาก็จะพูดว่า 'จริงหรือ'"

อย่างไรก็ตาม นายลูอิส ซึ่งขณะนี้มุ่งเน้นไปที่การลงทุนในเมืองอัจฉริยะ ชี้ว่า การเติบโตของฟาร์มพลังงานลมในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เป็นหลักฐานที่บอกได้ว่า ทัศนคติเปลี่ยนแปลงได้

แม้ว่า การตั้งถิ่นฐานลอยน้ำขนาดใหญ่เช่นนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน และจะต้องเผชิญกับความท้าทายทางเทคนิคจำนวนมหาศาล นายลูอิส กล่าวว่า โครงสร้างก็คงจะนำมาต่อกันตรง ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน

"ตัวป้องกันอยู่ในน้ำ แล้วเราก็จะมาดูกันว่า มันจะเป็นอย่างไร" เขากล่าว

"แต่ผมคิดว่า เราต้องผลักดันขอบเขตของรูปแบบการใช้ชีวิตแบบใหม่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนเดิม แม้ว่ามันจะไม่ใช่ที่อยู่อาศัยของคน 10,000 คน ผมคิดว่า ชุมชนขนาด 2-3 พันคน ก็จะได้รับผลประโยชน์"




นายวีส จาก The Explorers Club กล่าวว่า การขายแนวคิดนี้ให้แก่นักลงทุนและประชาชน ไม่จำเป็นต้องเป็นต้องทำให้เขารู้สึกระทึกใจ
"เราจำเป็นต้องทำให้เห็นว่า มันน่ารื่นรมย์, พึ่งพาตัวเองได้ และมีผลดีทางเศรษฐกิจต่อประชากรทุกกลุ่ม ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มคนที่มีฐานะมั่งคั่ง" เขาก่าว

"ถ้าคุณลองดู อะพอลโล 11 คุณจะต้องจำไว้ว่า มีขั้นตอนเล็ก ๆ หลายขั้นตอนในการส่งยานไปยังดวงจันทร์" เขากล่าวเพิ่มเติม


Cr:https://www.bbc.com/thai/international-47908990
ทุกรูปมีลิขสิทธิ์

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2561

7 โครงการ เมืองลอยน้ำ

โฉมหน้า 7 โครงการ เมืองลอยน้ำ แห่งโลกอนาคต ที่จะช่วยให้เราอยู่กับน้ำอย่างแฮปปี้ (ถ้าทำได้จริง)

  ต้องยอมรับกันแล้วล่ะว่า เมืองลอยน้ำ นั้นดูจะเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด (โดยเฉพาะกับคนกรุงเทพฯ) เพราะต่อให้ฝนไม่ตกทั้งวี่วันจนน้ำท่วมขัง ในภายภาคหน้าก็มีโอกาสที่น้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเมืองจมอยู่แล้ว แน่นอนว่าในต่างประเทศเขาก็มีการตื่นตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้กันมานาน มีการพัฒนา และออกแบบเมืองที่จะสามารถช่วยให้มนุษยชาติอยู่อาศัยได้ในช่วงเวลานั้น ต่อไปนี้คือตัวอย่างของ 7 โครงการ เมืองลอยน้ำแห่งยุคอนาคต ที่อาจกลายมาเป็นบ้านของเราในสักวันก็เป็นได้นะ

1. Prefab self-sustaining floating city by AT Design Office


ด้วยความที่เป็นประเทศมหาอำนาจ และมีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก จีนจึงต้องมีการเตรียมพร้อมเช่นกัน บริษัทผู้ออกแบบ AT Design Office เลยเขียนแบบเมืองลอยน้ำรูปทรงเรขาคณิต ที่จะไม่ปล่อยขยะหรือมลพิษที่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีฟาร์ม และบ่อเลี้ยงปลาแนวตั้งเพื่อใช้เป็นแหล่งอาหารเลี้ยงผู้คน

2. Noah’s Ark by Aleksandar Joksimovic and Jelena Nikolic



เมืองลอยน้ำที่รองรับการทำนาแบบขั้นบันไดเต็มรูปแบบ กักเก็บแหล่งน้ำจืดไว้ตรงกลาง ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานจากลม แสงอาทิตย์ และคลื่นน้ำ

3. X SEA TY by X-TU


เมืองนี้สามารถกรองอากาศเสียได้เองด้วยระบบ carbon-absorbing ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายตะไคร่น้ำที่เกาะอยู่บนกำแพงที่มีรูพรุน และสามารถสร้างเชื้อเพลิงชีวภาพมาใช้เป็นพลังงานหมุนเวียนในเมือง

4. Harvest City by Tangram 3DS and E. Kevin Schopfer



จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เฮติในปี 2010 จึงได้มีการออกแบบเมืองเพื่อรองรับการฟื้นฟูประเทศขึ้น Harvest City ถูกออกแบบมาให้มีการแบ่งส่วนพื้นที่ตามประเภทการทำงาน เช่น โซนที่อยู่อาศัย โซนทำงาน,ศึกษา โซนผลิตไฟฟ้า ฯลฯ ในขณะที่โซนผลิตอาหารจะอยู่ในพื้นที่รอบนอก

5. The Lilypad by Vincent Callebaut



โครงการนี้จัดว่าออกแบบได้สวยที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยผู้ออกแบบได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงของดอกบัว ในหนึ่งเกาะมีที่อยู่อาศัยพอเพียงสำหรับคน 50,000 คน มีส่วนที่อยู่ทั้งเหนือน้ำ และใต้น้ำ ใช้พลังงานสะอาดในการขับเคลื่อน

6. Green Float by Shimizu Corporation



มาที่โครงการจากญี่ปุ่นกันบ้าง สำหรับ Green Float ที่มีขนาดใหญ่กว่าโครงการอื่นๆ มาก รองรับผู้คนได้ถึง 1 ล้านคนต่อเกาะ แต่ละเกาะสามารถเชื่อมต่อกันได้ ทุกๆ เกาะจะมีตึกสูงรูปร่างคล้ายต้นไม้สูงกว่า 1,000 เมตรอยู่ตรงกลาง ไว้สำหรับเป็นทั้งที่อยู่อาศัย แหล่งปลูกพืช โรงงานต่างๆ และออฟฟิศด้วย

7. Silt Lake City by Margaux Leycuras, Marion Ottmann and Anne-Hina Mallette


โครงการนี้ออกแบบโดยนักศึกษาภาควิชาสถาปัตยกรรม มุ่งเน้นไปที่ปัญหาน้ำท่วมในแถบลุ่มน้ำไนล์ ทางตอนใต้ของอียิปต์ โดยเฉพาะที่ทะเลสาบแนสเซอร์ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มนุษย์สร้างขึ้น เมืองลอยน้ำแห่งนี้จะสามารถปรับระดับตามคลื่นน้ำในแต่ละฤดู ทั้งเมืองก็จะแบ่งส่วนอย่างเรียบร้อย เช่น ส่วนเพาะปลูกทางการเกษตร ที่อยู่อาศัย ย่านธุรกิจ และโรงไฟฟ้า


Cr: http://travel.trueid.net/detail/lZ9XRwG2OvE

สุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งโลกอนาคต

อลังการงานสร้าง!! สุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งโลกอนาคต










































Cr:https://www.msn.com/th-th